หน้าแรก เกี่ยวกับเรา กิจกรรม กระดานสนทนา เครือข่ายของเรา บริการของศูนย์ฯ ติดต่อเรา ร่วมสนับสนุนศูนย์
เมนูหลัก
 
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
กิจกรรม
กฎหมายน่ารู้
ข่าวสาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระดานสนทนา
บุคลากร
เครือข่ายของเรา
ท่องเที่ยวคนพิการ
สิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้พิการ
หน่วยงานเพื่อคนพิการ
สาระน่ารู้
ลิงค์เชื่อมโยง
บริการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระ
ติดต่อเรา
 
แผ่นพับ
 
 
แผ่นพับประชาสัมพันธ์
 
ระเบียบ / ข้อบังคับ
 
 
ช่องทางการติดต่อ
 
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
Calendar
เดือนก่อน September 2021 เดือนหน้า
Su Mo Tu We Th Fr Sa
      1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930    
Today
 
ข่าวออนไลน์
 
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
มติชน
คมชัดลึก
เนชั่น
ไทยโพสต์
ไทยแลนด์เดลี่
สยามสปอร์ต
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 
 
 
 
Untitled Document
ข่าวสาร
 
  หนุนผู้พิการทางหูเข้าถึงสื่อ!! กทปส.ผนึกสมาคมล่ามภาษามือฯ ปั้นล่ามป้อนกิจการโทรทัศน์
   กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จับมือ “สมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย” เตรียมเปิดหลักสูตร “ทักษะสำคัญของล่ามภาษามือ” ภายใต้โครงการ “พัฒนาระดับความรู้ ความสามารถล่ามภาษามือสำหรับกิจการโทรทัศน์” หนุนเติมเต็มศักยภาพล่ามภาษามือในกิจการโทรทัศน์ ถ่ายทอดข้อความสู่เสียงให้คนพิการทางการได้ยิน เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความรู้พื้นฐานของล่าม และความสามารถในการสื่อความหมาย พร้อมตั้งเป้าปั้นล่ามภาษามือป้อนกิจการโทรทัศน์รวม 50 คน นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการ กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพของความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึง การรับรู้ และการใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสาร ยังสามารถพบเห็นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน และสื่อความหมาย ที่มีจำนวนกว่า 3.88 แสนคน หรือคิดเป็นร้อยละ 18.86 ของผู้พิการทั้งหมด (ที่มา: รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2563) นอกจากนี้ ยังพบข้อจำกัดด้านความเข้าใจของ “ล่ามภาษามือ” ในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถสื่อสารหรือถ่ายทอดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กทปส. จึงดำเนินการจัดสรรงบประมาณ 3.3 ล้านบาท อุดหนุนการพัฒนาหลักสูตร “ทักษะสำคัญของล่ามภาษามือ” ภายใต้โครงการ “พัฒนาระดับความรู้ ความสามารถล่ามภาษามือสำหรับกิจการโทรทัศน์” ของสมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย เพื่อทลายข้อจำกัด และสร้างโอกาสการเข้าถึง/รับรู้ และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ ผ่านบริการล่ามภาษามือ สื่อกลางเชื่อมโลกแห่งข่าวสาร ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป พร้อมตั้งเป้า ปี 2564 คนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายต้องถึงสื่อเพิ่มขึ้น

  นฤมล"สานฝันคนพิการจังหวัดน่าน สร้างอาชีพมีรายได้ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน
   รมช.แรงงาน เยือนจังหวัดน่าน ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมดันแรงงานกลุ่มคนพิการให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างมั่นคง สู่การขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน วันที่ 29 ตุลาคม 2563 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามความคืบหน้า และให้คำปรึกษาแนะนำการดำเนินงานการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของจังหวัดน่าน และร่วมกิจกรรมการจ่ายเงินโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยปี 2563 จังหวัดน่าน และโครงการประชาสัมพันธ์การผลิตลำไยคุณภาพของเกษตรกรชาวสวนลำไย ณ ห้องประชุมจังหวัดน่าน โดยมีนายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอประชุมจังหวัดน่าน ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งกระทรวงแรงงานและส่วนราชการต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้เกิดการจ้างงานหรือสามารถประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้อย่างยั่งยืน มีการประกอบอาชีพอิสระได้มากขึ้น ต้องอาศัยภาคีเครือข่ายในจังหวัดน่าน เช่น ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ซึ่งกระทรวงแรงงาน มีความร่วมมือกับภาคเอกชนหลายแห่ง ที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมได้ เช่น โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งเป็นการดำเนินงานรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึงขอฝากจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ และเร่งดำเนินการในส่วนนี้ด้วย การฝึกอบรมนั้นให้คัดเลือกผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นลำดับแรก เพื่อให้มีความรู้ สามารถประกอบอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น โครงการที่จังหวัดน่านได้เสนอขอรับการสนับสนุนภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการพัฒนาอัตลักษณ์น่านสู่เมืองสร้างสรรค์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจน่านสู่นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ และโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนและสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเมืองอัจฉริยะ มาตรการการฝึกอาชีพระยะสั้นที่จังหวัดดำเนินการ เช่น สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน (สนพ.น่าน) และพัฒนาชุมชนจังหวัด เข้ามาร่วมดำเนินการฝึก ในปี 64 สนพ.น่าน มีเป้าหมายฝึกอบรมให้แรงงาน เสนอโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด ผ่านหลักสูตรฝึกอบรม อาทิ ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระยะเวลาการฝึก 5 วัน ให้ความช่วยเหลือคนพิการด้วยการสนับสนุนเงินอุดหนุนช่วยเหลือคนพิการอีกด้วย ด้านความช่วยเหลือการจ้างงาน รมช.แรงงาน ขอให้มีการจ้างงานกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ด้วย

  มาแล้ว! เบี้ยยังชีพ “คนพิการ-สูงอายุ” เดือน พ.ย. ส่วนที่เหลือ 580 ล้าน วันที่ 10 นี้ได้ครบแน่
   มาแล้ว! เงินเบี้ยยังชีพ “คนพิการ-สูงอายุ” เดือน พ.ย. ส่วนที่เหลือ 580 ล้าน ได้ครบแน่ สถ.แจ้ง อปท.ทั่วประเทศผ่านผู้ว่าฯ 76 จังหวัด จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป เผยเป็นงบฯ เบี้ยคนพิการหรือทุพพลภาพ 303,974,000 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ 276,930,000 บาท วันนี้ (30 ต.ค.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เวียนหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 2 ฉบับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) รวมทั้งสิ้น 580,904,000 บาท ฉบับแรก เป็นการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป โครงการสนับสนุนการเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) วงเงินรวม 303,974,000 บาท และฉบับที่สอง จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) วงเงินรวม 276,930,000 บาท ทั้ง 2 ฉบับ กรมบัญชีกลางจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจ่ายเงินแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ อปท.จะเป็นหน่วยงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้จ่ายเบี้ยทั้ง 2 ส่วน โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยความพิการของ อปท. พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ของ อปท. พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด ก่อนหน้านั้น สถ.ได้แจ้งจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ทั้ง 2 โครงการ งวดที่ 1 จำนวน 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย. 2563) โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดี สถ. ลงนามในหนังสือด่วน 3 ฉบับ แจ้ง อปท. ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกำหนดรายละเอียดงบประมาณการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 จำนวน 2 เดือน (เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) ให้กับ 3 โครงการ วงเงินรวม 13,727,739,000 บาท ประกอบด้วย

  เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 10 จังหวัด หวังยกคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำคนพิการ
   เมื่อความจำกัดทางด้านร่างกาย ส่งผลให้ประชากรกลุ่มเฉพาะต้องอยู่ในพื้นที่และสังคมที่จำกัด ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาวะทางจิตใจในอนาคต ดังนั้น สสส. ในฐานะองค์กรที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งมีทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุ ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จึงได้ร่วมกับมูลนิธิอารยสถาปัตย์ เพื่อคนทั้งมวลจัดตั้งงานเสวนา “ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ใน 10 จังหวัดนำร่องและพื้นที่เชื่อมโยง” เพื่อร่วมพูดคุยถึงการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการรณรงค์และสำรวจเพื่อให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยภายในงาน มีบุคคลสำคัญจากหลากหลายหน่วยงานมาร่วมพูดคุยทั้ง ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), คุณจารุเชฏฐ์ เรืองสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ,คุณกฤษณ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ อพท 3 รวมทั้งคุณกิตติ สืบสันติพงษ์ เลขานุการเครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล โดยมีคุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เป็นผู้ดำเนินรายการ ที่มาและความร่วมมือกันในครั้งนี้ ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประธานในพิธี ชี้ให้เห็นว่า คนพิการ และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่สามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ หรือการใช้บริการของรัฐได้อย่างสะดวก ปลอดภัย เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ร่างกาย และสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต โดยโครงการนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตในโลกภายนอกได้อย่างอิสระ ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความสุขยิ่งขึ้น “โครงการนี้จะทำให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลต้นแบบจำนวน 10 เส้นทางในจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ขอนแก่น ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก พระนครศรีอยุธยา พังงา ราชบุรี นอกจากนี้ยังเกิดฐานข้อมูลเส้นทางบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลโดยมีเครือข่ายฑูตอารยสถาปัตย์ส่งเสริม กระตุ้น และติดตามผลการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกในทั้ง 10 พื้นที่และพื้นที่เชื่อมโยง” นอกจากนี้ ดร. สุปรีดาฯ ก็หวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงเกิดการขยายผลเพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวให้ทั่วประเทศไทย “แม้งานในวันนี้จะเป็นการจัดครั้งที่ 1 แต่ก็หวังว่า ในอนาคตตัวเลขตัวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับขยายเครือข่ายของทูตในเรื่องอารยสถาปัตย์ให้กว้างขึ้น ซึ่ง สสส.เอง ก็ยินดีและพร้อมสนับสนุนขับเคลื่อนนโยบาย รวมไปถึงโครงการดี ๆ ด้วยกันต่อไป”คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เช่นเดียวกับ คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ได้กล่าวถึงปัญหาการเดินทางในประชากรกลุ่มเฉพาะ ซึ่งนับว่า เป็นปัจจัยหลักที่กีดขวางความสุขของคนกลุ่มนี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญหรือในสิทธิ์ตามสากลต่างระบุไว้ว่า ทุกคนจะต้องมีสิทธิ์ในการเดินทางอย่างเท่าเทียมกัน โดย สสส. หวังว่าอนาคตอยากให้คนพิการ หรือผู้สูงอายุสามารถเดินทางได้ด้วยตนเอง ในระบบขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก “หลายคนบอกว่า โครงการนี้ที่ สสส. เข้ามาสนับสนุนค่อนข้างห่างไกลจากคำว่า สุขภาพไปมากพอสมควร แต่เราก็ยังยืนยันในการตีความคำว่า สุขภาพในแบบกว้างตามนิยามของ WHO ที่ว่าด้วยการมีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ซึ่งถ้าประชากรกลุ่มเฉพาะเจออุปสรรคต่าง ๆ สสส. ก็คิดว่า คนกลุ่มนี้คงไม่สามารถจะมีชีวิตที่มีความสุขได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง” ก่อนกล่าวถึงบทบาทสำคัญในความร่วมมือครั้งนี้ไว้ว่า นอกจากจะร่วมเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เลือกเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่อง สสส. ยังพร้อมหนุนเสริมด้านวิชาการ ด้วยการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติในเชิงนโยบายให้มากขึ้น ก่อนร่วมผลักดันนโยบายและการสื่อสารสังคมที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย “นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น อีกหนึ่งบทบาทสำคัญในครั้งนี้ คือการจัดตั้ง Universal Design Center ร่วมกับ 5 มหาวิทยาลัยภูมิภาค ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นศูนย์ให้ความรู้กับประชาชน และเพื่อให้คำว่า อารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและกว้างขึ้น”

  รมช.แรงงานถกประเด็นเทรนผู้พิการ สร้างอาชีพและความเสมอภาค
   รมช.แรงงาน หารือตัวแทนคนพิการ 5 ประเภท หาแนวทางช่วยเหลือคนพิการ 3 มิติ ได้แก่ การฝึกอาชีพ การมีงานทำและความเสมอภาคทางสังคม ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือ ความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือคนพิการรองรับการประกอบอาชีพ โดยมีผู้แทนคนพิการ 5 ประเภทเข้าร่วมประชุม เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือคนพิการ ปัญหา อุปสรรคและความต้องการความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับการประกอบอาชีพของคนพิการ ประกอบด้วย ผู้แทนจาก สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการช่วยเหลือดูแลคนพิการ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานบูรณาการกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือให้คนพิการและครอบครัว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นไปตามแนวคิด “สร้าง ยก ให้ รวมไทยสร้างชาติ” ภายใต้ภารกิจของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทักษะให้กับคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง แต่การดำเนินงานเพียงหน่วยงานเดียวนั้น ไม่สามารถช่วยเหลือผู้พิการที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างทั่วถึง จึงต้องบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต้องร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมขึ้น โดยมีตัวแทนสมาคมคนพิการร่วมเป็นคณะอนุกรรมการร่วมดังกล่าวด้วย เพื่อเสนอรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช) พิจารณาแต่งตั้งอีกครั้ง และในวันนี้จัดประชุมขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่คนพิการ ความต้องการที่จะให้ภาครัฐช่วยเหลือ ทั้งการฝึกทักษะ การจ้างงานและการสร้างความเสมอภาค และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นี้

  สสส.- มูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ เปิด10 เส้นทางท่องเที่ยว 10 จังหวัดนำร่อง
   สสส.จับมือมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เปิด 10 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 10 จังหวัดนำร่อง กทม. กาญจนบุรี ขอนแก่น ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก อยุธยา พังงา ราชบุรี ทูตอารยสถาปัตย์เกาะติดปรับปรุงสภาพแวดล้อม-จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวก ปลอดภัย กระตุ้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล จัดประชุมเสวนาการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ใน 10 จังหวัดนำร่อง และพื้นที่เชื่อมโยง ครั้งที่ 1 โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า คนพิการ และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่สามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ หรือการใช้บริการของรัฐได้อย่างสะดวก ปลอดภัย เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ร่างกาย และสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต การสนับสนุนโครงการรณรงค์และสำรวจพื่อให้เกิดส้นทางท่องเที่ยว เพื่อคนทั้งมวล จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตในโลกภายน้อกได้อย่างอิสระ ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความสุขยิ่งขึ้น ดร. สุปรีดา กล่าวต่อว่า โครงการนี้จะทำให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลต้นแบบ จำนวน 10 เส้นทางในจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ขอนแก่น ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก พระนครศรีอยุธยา พังงา ราชบุรี นอกจากนี้ยังเกิดฐานข้อมูลเส้นทางบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยมีเครือข่ายฑูตอารยสถาปัตย์ส่งเสริม กระตุ้น และติดตามผลการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกในทั้ง 10 พื้นที่และพื้นที่เชื่อมโยง นอกจากนี้ หวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงเกิดการขยายผลเพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวให้ทั่วประเทศไทย

  สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
   เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคนที่ 2 คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดเวทีสานพลังขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กที่มีความต้องการพิเศษภายใต้การดำเนินงานโครงการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมูลนิธิออทิสติกไทยเพื่อร่วมกันเสนอแนวทางสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาตามขอบข่ายอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานและองค์กร นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กที่มีความต้องการพิเศษในบริบทการศึกษา ซึ่งหลายครั้งเด็กเหล่านี้ถูกละเลยอันเนื่องมาจากความบกพร่องที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในวัยเรียนที่สามารถเข้าเรียนรวมได้ ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 2) เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ 3) เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมและอารมณ์ และ 4) เด็กออทิสติก ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบมากในสถานศึกษาและชุมชนทั่วไป สำหรับปัญหาที่พบด้านการศึกษา ส่วนใหญ่เด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่สามารถเรียนต่อในระบบการศึกษาได้ และอยู่นอกระบบการศึกษา เมื่ออยู่นอกระบบการศึกษาก็ไม่มีระบบส่งเสริมที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษยังต้องคำนึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของครอบครัว และชุมชน ในการช่วยเตรียมความพร้อมหรือการช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่รูปแบบการจัดการศึกษาดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน

  ศ.วิริยะ ประกาศปิด “ยิ้มสู้คาเฟ่” ร้านกาแฟผู้พิการ มธ.ท่าพระจันทร์ ทำพนักงานตกงาน
   ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ประกาศปิด ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ร้านกาแฟผู้พิการ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 นี้ ซึ่งจะทำให้คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ต้องตกงาน ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Wiriya Namsiripongpun” หรือ ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สร้างอาชีพให้แก่คนพิการ บาริสต้าของร้านเป็นคนหูหนวก ได้โพสต์ประกาศ ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำเป็นต้องปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นี้ ซึ่งจะทำให้คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ ต้องตกงาน ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ สาเหตุเนื่องจากทางเจ้าของสถานที่ได้มอบสัมปทานให้แก่ร้านกาแฟอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความพยายามในการหาช่องทางสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ กลับพ่ายแพ้ต่อระบบนายทุนใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้คนพิการจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันเป็นกระบอกเสียง แชร์ข้อความที่บรรยายจากความรู้สึกของผม ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนพิการ ในการเรียกร้องโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้กลับมาเป็นของคนพิการดังเดิม สำหรับท่านใดที่ต้องการอุดหนุนกาแฟของเรา ทางคณะฯ ได้สั่งให้คนพิการเลิกขายกาแฟที่ร้านนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 แต่ต้องจ่ายค่าเช่าเต็มเดือน ดังนั้น อีก 20 วันที่เหลือ เราจึงต้องขายตามซอกตามมุมอย่างยากลำบาก หากไม่ขายจะโดนปรับวันละ 500 บาท แวะมาอุดหนุนและให้กำลังใจร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้ถึงภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้นะครับ

  ไฟฟ้าช็อตดับฝันอาชีพนักฟุตบอล “กอล์ฟ”พลิกชะตาสู่ "สตรีมเมอร์ไร้แขน" ผู้สร้างแรงบันดาลใจ
   รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “กอล์ฟ-ภราดร” ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนพิการแขน-ขา ไม่สามารถก้าวสู่ฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอลได้ แต่เขายังสามารถใช้อวัยวะที่มีทำงานเพื่อหารายได้แบ่งเบาภาระครอบครัวได้ ด้วยการเป็น “สตรีมเมอร์ไร้แขน” ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

  เครือข่ายคนพิการยื่นหนังสือถึงผู้แทนนายกรัฐมนตรี
   เครือข่ายคนพิการยื่นหนังสือถึงผู้แทนนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำ “งบกลาง” มาจัดสรรปรับสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาทให้กับคนพิการจำนวนกว่า 800,000 คนอย่างถ้วนหน้า

หน้าที่ : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 251 252 253 254 255 256 257 258 259 260 261 262 263 264 265 266 267 268 269 270 271 272 273 274 275 276 277 278 279 280 281 282 283 284 285 286 287 288 289 290 291 292 293 294 295 296 297 298 299
 
  ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจังหวัดชลบุรี
Chonburi Independent Living Center
สำนักงาน : ๑๕๓/๑ หมู่ ๒ ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ๒๐๒๒๐
โทรศัพท์ : ๐๘๓-๑๑๓๓๔๑๖ , ๐๘๕-๐๙๓๔๒๑๒