หน้าแรก เกี่ยวกับเรา กิจกรรม กระดานสนทนา สมาชิก บริการของศูนย์ฯ ติดต่อเรา อุดหนุนบัตรอวยพร
เมนูหลัก
 
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
กิจกรรม
กฎหมายน่ารู้
ข่าวสาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระดานสนทนา
บุคลากร
สมาชิก
ท่องเที่ยวคนพิการ
สิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้พิการ
หน่วยงานเพื่อคนพิการ
สาระน่ารู้
ลิงค์เชื่อมโยง
ติดต่อเรา
ร่วมสนับสนุนศูนย์
 
แผ่นพับ
 
 
แผ่นพับประชาสัมพันธ์
 
ระเบียบ / ข้อบังคับ
 
 
ช่องทางการติดต่อ
 
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
Calendar
เดือนก่อน June 2020 เดือนหน้า
Su Mo Tu We Th Fr Sa
  123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930        
Today
 
ข่าวออนไลน์
 
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
มติชน
คมชัดลึก
เนชั่น
ไทยโพสต์
ไทยแลนด์เดลี่
สยามสปอร์ต
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 
 
 
 
Untitled Document
ข่าวสาร
 
  2 นักสู้พิการ! “ลุงสมพงษ์”ของานทำแลกเงิน - “ยายชุบ” ขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขายก๋วยจั๊บเลี้ยงลูกสติฟั่นเฟือน!
   รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “ลุงสมพงษ์” และ “ยายชุบ” ซึ่งแม้จะไม่ใช่เครือญาติ และอยู่คนละจังหวัด แต่ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการเหมือนกัน ต่างกันก็เพียงคนหนึ่งยังขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างตระเวนทำงานเลี้ยงชีพได้ แต่อีกคนเคลื่อนไหวมากไม่ได้ ชีวิตคนเรา บางครั้งก็เอาแน่นอนไม่ได้ แม้ไม่ได้เกิดมาพิการ แต่ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งเราจะประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นคนพิการหรือไม่? เช่นเดียวกับ “ลุงสมพงษ์” และ “ยายชุบ” ที่แม้ไม่ได้เป็นญาติกัน แต่ทั้งคู่ต่างประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ส่งผลต้องกลายเป็นคนพิการมาหลายปีแล้ว แต่กระนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ท้อ ต่างพยายามดิ้นรนหาหนทางทำงาน เพื่อมีรายได้จุนเจือครอบครัว และลดภาระของคนรอบข้าง ลุงสมพงษ์ คำพึ่งพร กับอาชีพกรรมกร ที่ จ.สุพรรณบุรี ประสบอุบัติเหตุขณะทำงาน จนพิการมา 40 ปีแล้ว “พิการหลังหัก ข้าวสารทับ 40 ปีแล้ว ข้าวสารหล่นมา 2 ลูกๆ ละ 100 กิโลฯ ถ้าหล่นหลายลูกก็ตายแล้ว” โชคดี “น้องชาย” ยื่นมือช่วยเหลือ “มาปลูกกระต๊อบให้อยู่ ภรรยาเขาเสียไปก่อน 4-5 เดือน ตอนนั้นลูกเขายังแบเบาะ 4 เดือนได้มั้ง ผมก็ช่วยเลี้ยงมา ลำบาก ครอบครัวเราก็มีลูก 11 คน ทางแม่ยายพ่อตาด้วย ผมหารายได้คนเดียว มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน ก็ต้องอยู่ให้ได้” ลุงเสียง คำพึ่งพร น้องชายลุงสมพงษ์ อาชีพขายของตามตลาดนัด แม้พิการต้องนั่งรถวีลแชร์ แต่ลุงสมพงษ์ ก็พยายามทำงานเพื่อให้มีรายได้ เท่าที่ร่างกายจะเอื้ออำนวย “ได้รถโยกมา ก็เข็น โยกไปตามถนน เห็นเขาเก็บของเก่า เราก็ทำได้นี่ ลองดู ก็เก็บมาตั้งแต่บัดนั้น 7 ปี ตอนนั้นได้เดือนละประมาณ 3,000-4,000”

  พลภูมิ” มอบถุงยังชีพช่วยผู้ป่วยติดเตียง จี้ รบ.เพิ่มเบี้ยช่วยเหลือเร่งด่วน
   ส.ส.กทม. พท. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ป่วยติดเตียง พร้อมจี้ “รัฐบาล” เพิ่มเบี้ยคนพิการ-ผู้ป่วยติดเตียง อย่างเร่งด่วน วันนี้ (26 พ.ค.) นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย พร้อม นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ก.เขตคันนายาว นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบึงกุ่ม และ นางสุภาพ เชื้อประเสริฐ ประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เขตคันนายาว ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน และ มอบถุงยังชีพ ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวของผู้ป่วย เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งจ่ายเงิน ตามที่ได้สัญญาไว้กับผู้พิการที่จะให้เดือนละ 1,000 บาท โดยเร็วและทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ควรปรับจาก 1,000 บาทเป็น 1,500 บาท เนื่องจากคนกลุ่มนี้ มีค่าใช้จ่ายมากกว่าคนปกติ ไม่มีรายได้ เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ ยังอยากให้รัฐเพิ่มสวัสดิการพาผู้ป่วยติดเตียงไปโรงพยาบาล เนื่องจากการเดินทางไปรักษาแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

  วอนช่วย! หนุ่มใหญ่พิการป่วยติดเตียงกว่า 13 ปี มีเพียงพ่อแม่วัยชราคอยดูแล
   รายงานข่าวแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 7 บ้านใหม่ชัยพร ตำบลพระบุ อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น มีผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่งทราบชื่อคือ นายอภิรักษ์ อยู่นวภูมิ อายุ 50 ปี อดีตเคยเป็นพนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุเป็นผู้พิการ ทำให้ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงยาวนานกว่า 13 ปี สภาพปัจจุบัน นายอภิรักษ์ อยู่นวภูมิ อายุ 50 ปี ลูกชายของนางสุภาพรรณ อยู่นวภูมิ อายุ 75 ปี ต้องอยู่ในสภาพนอนอยู่บนเตียงภายในบ้าน มีนางสุภาพรรณผู้เป็นแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่างตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ทั้งคอยป้อนน้ำป้อนข้าว เช็ดตัวให้ แต่เนื่องด้วยปัจจุบันทั้งแม่และพ่อของนายอภิรักษ์ก็มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รายได้ในครอบครัวเริ่มขาดหายไป อีกทั้งหลังคาบ้านเมื่อเกิดมีพายุฝนพัดกระหน่ำจะทำให้น้ำสาดเข้ามาในบ้านและหลังคาบ้านก็จะหลุดเล็กๆ น้อยๆ อยู่เป็นประจำนายอภิรักษ์เล่าว่า อดีตตนเป็นพนักงานขับรถเทรลเลอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบังก่อนที่จะมาอยู่ในสภาพเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วงที่ทำงานขณะกำลังขับรถอยู่นั้นได้เกิดอาการวูบ จังหวะนั้นได้มีรถเทรลเลอร์อีกคันจอดอยู่ข้างทางพอดีทำให้รถที่ตนขับวิ่งไปชนเข้าอย่างจัง ก่อนจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งยังต้องเจาะคอเพราะว่าไม่สามารถหายใจเองได้ ซึ่งรายได้จากที่เคยได้เดือนละหมื่นกว่าบาทจากการขับรถเทรลเลอร์ส่งของ ก็เหลือเพียงเงินคนพิการเดือนละ 800 บาทเท่านั้น

  คลัง" โอนเยียวยา 1,000 บาทให้ผู้พิการ 29 พ.ค.63
   คลัง" ย้ำเตรียมโอนเงินเยียวยา 1,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง ให้แก่ผู้พิการที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล e-Social Welfare รวม 1.99 ล้านราย โดยแบ่งเป็นผู้มีสิทธิที่มีข้อมูลจาก สถ. กว่า 1.89 ล้านราย รวมถึง กทม. กว่า 8.7 หมื่นราย และเมืองพัทยาอีกกว่า 1.2 พันราย น.ส.วิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลายมาตรการ และคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ได้มีมติให้ช่วยเหลือคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คนละ 1,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง โดยเป็นคนพิการที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ และลงทะเบียนขอรับเงินเบี้ยความพิการต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  จุติ’ ย้ำช่วยผู้ยากไร้-คนพิการ-ไร้บ้านแบบยั่งยืน สั่ง กคช. ทำบ้านเช่า 999 บาทอีก 2 หมื่นหลัง
   จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน รวมถึงชุมชนแออัด และคนยากไร้ ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 63 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อม ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงฯ และผู้บริหารกระทรวง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 ได้ลงพื้นที่ชุมชนคนหูหนวก (บริเวณริมถนนพระราม 9) เขตห้วยขวาง กทม. และชุมชน ส.พัทยา (ฝั่งเต็นท์) หลังบริเวณย่าน RCA เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ รวมถึงสอบถามปัญหา และความต้องการ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด

  หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา นำสิ่งของอุปโภคบริโภคส่งถึงบ้านผู้ป่วยติดเตียง
   เมื่อเร็วๆ นี้ นายมาโนชย์ อุ่นตระกูลทอง ประธานหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา เป็นประธานเปิดโครงการ “ปันรัก น้ำใจ หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชาเพื่อผู้ป่วยติดเตียง คนพิการและผู้สูงอายุ” และปล่อยขบวนรถเจ้าหน้าที่ บริเวณศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อนำสิ่งของไปสิ่งของอุปโภคบริโภค จำนวนกว่า 100 ชุด ไปแจกจ่ายให้แก่บุคคลต่างๆ โดยมี นายฉัตรชัย กำจรกิจการ นายกสมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา นายคมสัน ชาญชัยวรวิทย์ ประธานกรรมการบริหารสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จังหวัดชลบุรี น.ส.นริศรา ทิพยางกูร ปลัดฝ่ายความมั่นคงศรีราชา และนายคำนึง ไขรัศมี รองประธานหน่วยกู้ภัยเข้าร่วม

  “สิระ” เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง วอน “ประยุทธ์” เพิ่มเบี้ยคนพิการก่อนฟื้นฟูการบินไทย
   สิระ” รุดเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง วอน “บิ๊กตู่” เพิ่มเบี้ยคนพิการ-เพิ่มช่องทางเข้าถึงการรักษาพยาบาล พร้อมย้ำ พปชร.หยุดขัดแย้งได้ เพราะบารมี “ลุงป้อม” เชื่อเป็นคนยึดเหนี่ยว ส.ส.ทุกคนพร้อมทำตาม วันนี้ (11 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่หลักสี่ ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งนายสิระได้นำถุงยังชีพ และเงินสดไปมอบให้แก่ครอบครัวของผู้ป่วยด้วย โดยนายสิระกล่าวว่า ผู้ป่วยติดเตียงทุกคนเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ต้องใช้เงินในการเดินทางไปโรงพยาบาลจำนวนมาก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ ยา อาหาร กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถหาเงินได้ในแต่ละวัน บางคนยังดีที่มีครอบครัวดูแล แต่ภาระก็ตกไปอยู่สมาชิกในครอบครัว แต่ผู้ป่วยบางคนไม่มีครอบครัวมาดูแล ยิ่งลำบากหนัก

  ชมรมคนพิการตรังจัดทำ “ตู้ปันสุข” เพื่อแบ่งปันให้ผู้ที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19
   ตรัง - ชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง จัดทำตู้กับข้าวเสบียงบุญ หรือ “ตู้ปันสุข” เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มาแบ่งปันไปกินไปใช้ และให้ผู้ใจบุญนำข้าวของมาช่วยกันเติมเต็ม ชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง ได้จัดทำตู้กับข้าวเสบียงบุญ หรือ “ตู้ปันสุข” แล้วนำไปวางไว้บริเวณหน้าที่ทำการชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง เลขที่ 34/123 ถนนสังขวิทย์ ซอย 2 ซึ่งภายในตู้จะมีข้าวของต่างๆ เช่น ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำปลา น้ำดื่ม ขนม นมกล่อง กระดาษชำระ พืชผัก ผลไม้ ยารักษาโรค แพมเพอร์ส เพื่อเผื่อแผ่แบ่งปันในยามลำบากสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ถือเป็นการปันความสุข ปันความรัก ปันน้ำใจ ใครขาดก็หยิบเอาพออิ่ม หรือใครมีมากก็ช่วยกันเติม เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านวิกฤตโรคร้ายในครั้งนี้ไปด้วยกัน จนนับเป็นแนวความคิดแปลกใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

  ร่ำไห้มอบตัวโจ๋ตีเพื่อนพิการแขนไม่มี สำนึกอยากขอโทษ ซึม! ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย
   จากกรณีที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พันธ์คำ อายุ 35 ปี พร้อมด้วย นางจันทรี แก้วประเสริฐ อายุ 40 ปี ได้นำตัว ด.ช.อิทธิพล อายุ 14 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ศรายุทธ สาลีพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ธัญบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ด.ช.ศุภเสฎฐ์ อายุ 15 ปี เพื่อนลูกชาย ที่ทำร้ายร่างกายอย่างบ้าคลั่ง จนได้รับบาดเจ็บ และมีการเผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ลงเฟซบุ๊ก จนมีการแชร์คลิปสนั่นและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่โหดเหี้ยม เพราะเด็กที่ถูกทำร้ายนั้น พิการแขนทั้งสองข้าง ซึ่งไม่มีทางสู้ ประกอบกับผู้ที่ก่อเหตุนั้นมีลำตัวใหญ่กว่ามาก โดยสาเหตุคาดว่าไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ตนเองได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนรุ่นพี่อีกคน และขอตัวกลับบ้านก่อน โดยตนเองอยู่ในบ้านและจะเปิดประตูออกนอกบ้านเพื่อกลับบ้าน แต่นายบอลคนที่เป็นผู้ทำทำร้ายไม่ยอมเปิด และผลักประตูด้านนอกไว้ไม่ให้ออก เมื่อตนเองออกมาได้ จึงถูกนายบอลผลักหน้าอกและด่าทอ ตนเองจึงบอกกลับไปว่าได้ครับเดี๋ยวจะเรียกรุ่นพี่ไปหา ก่อนที่นายบอลจะถามว่ารุ่นพี่มึงใครวะ ตนเองจึงตอบไปว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน กระทั่งวันเกิดเหตุตนเองและผู้ก่อเหตุได้มาเจอกันที่สนามเปตอง ก่อนที่นายบอลจะเข้าทำร้ายตนเองทันที ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.จ.ปทุมธานี ได้สอบปากคำเด็กชายศุภเสฎฐ์ หรือ บอล อายุ 15 ปี ที่ทำร้ายเด็กชายอิทธิพล อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนพิการแขนทั้งสองข้าง ซึ่งหลังจากที่แม่ของผู้ก่อเหตุเห็นข่าวแล้ว ก็ได้นำตัวลูกชายเข้าพบ ร.ต.อ.ศราวุธ สาลีพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ซึ่งมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย รอง ผกก.สอบสวน สภ.ธัญบุรี ร่วมสอบปากคำผู้ก่อเหตุด้วย

  คนพิการ’ ยิ้มได้! รัฐช่วย 1,000 บาททุกคน ‘จุติ’ สั่งเร่งโอนเงินด่วน! สู้ภัยโควิด-19
   เงิน 1,000 บาท สามารถใช้หมดภายในกี่วัน ด้วยจำนวนอาจดูไม่มากนัก หากใช้จ่ายอย่างประหยัด ซื้ออาหาร 3 มื้อ จำกัดใช้วันละ 150-200 บาท ก็อาจอยู่ได้นานไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่สำหรับคนบางกลุ่มอย่าง “ผู้พิการ” แล้ว เงินจำนวน 1,000 บาทนี้ กลับมีความหมายอย่างยิ่ง จากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ผลกระทบเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งกับผู้พิการแล้ว ผลกระทบนั้นยิ่งกระหน่ำซ้ำเติมให้ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ยิ่งทวีคูณมากกว่าคนปกติ

หน้าที่ : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 251 252 253 254 255 256 257 258 259 260 261 262 263 264 265 266 267 268 269 270 271 272 273 274 275 276 277 278 279 280 281 282 283 284
 
  ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจังหวัดชลบุรี
Chonburi Independent Living Center
สำนักงาน : ๑๕๓/๑ หมู่ ๒ ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ๒๐๒๒๐
โทรศัพท์ : ๐๘๓-๑๑๓๓๔๑๖ , ๐๘๕-๐๙๓๔๒๑๒