หน้าแรก เกี่ยวกับเรา กิจกรรม กระดานสนทนา สมาชิก บริการของศูนย์ฯ ติดต่อเรา ร่วมสนับสนุนศูนย์
เมนูหลัก
 
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
กิจกรรม
กฎหมายน่ารู้
ข่าวสาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระดานสนทนา
บุคลากร
สมาชิก
ท่องเที่ยวคนพิการ
สิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้พิการ
หน่วยงานเพื่อคนพิการ
สาระน่ารู้
ลิงค์เชื่อมโยง
ติดต่อเรา
 
แผ่นพับ
 
 
แผ่นพับประชาสัมพันธ์
 
ระเบียบ / ข้อบังคับ
 
 
ช่องทางการติดต่อ
 
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
Calendar
เดือนก่อน December 2020 เดือนหน้า
Su Mo Tu We Th Fr Sa
    12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031    
Today
 
ข่าวออนไลน์
 
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
มติชน
คมชัดลึก
เนชั่น
ไทยโพสต์
ไทยแลนด์เดลี่
สยามสปอร์ต
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 
 
 
 
Untitled Document
ข่าวสาร
 
  ส.ส.ปชป.-เศรษฐกิจใหม่ ถกเครือข่ายคนพิการ เพิ่มโอกาสเข้าถึงทางการเมือง
   ส.ส.ปชป.-เศรษฐกิจใหม่ ร่วมถกเครือข่ายคนพิการ 7 สมาคม ลดความเหลื่อมล้ำ-เข้าถึงกระบวนการเลือกตั้ง-เพิ่มโอกาสทางการเมือง ในฐานะพลเมืองตามกฎหมาย วานนี้ (11 พ.ย.) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร 60 ปี กรมประชาสงเคราะห์ ราชวิถี กทม. นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น แกนนำเครือข่ายการสร้างโอกาสและการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งของคนพิการ ภายหลังเปิดการสัมมนา น.ส.อณิรา ธินนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 24 (ปปร. 24) ของสถาบันพระปกเกล้า ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยคณะนักศึกษาร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แก่ เครือข่ายคนพิการ 7 สมาคม เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  พม.ดึงแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลคนพิการ-ผู้สูงอายุ
   นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) และโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการให้มีมาตรฐานด้านวิชาชีพ โดยการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับเยาวชนและสตรีที่ประสบปัญหาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กที่จบใหม่แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้เข้าร่วมโครงการด้วยการมอบทุนการศึกษาในหลักสูตรวิชาชีพการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ เพื่อเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติหลักสูตร 6 เดือน และมีโอกาสในการประกอบอาชีพที่มีรายได้มั่นคงสร้างความยั่งยืนให้กับตนเองและสังคม

  นฤมล" เล็งช่วยเหลือคนพิการ เพิ่มทักษะ สร้างอาชีพ เสริมเศรษฐกิจประเทศ
   รมช.แรงงาน เล็งพัฒนาทักษะฝีมือให้คนพิการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง-มีคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.63 ที่กระทรวงแรงงาน ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมหารือกับ นายประหยัด ทรงคำ ผู้อำนวยการมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการจังหวัดเชียงใหม่ นายณรงค์ศักดิ์ อัจฉรานุวัฒน์ อธิบดีศาลแรงงานภาค 1 สระบุรี และ นางพวงทอง ศรีวิลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลเชียงใหม่ โดยมี ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ โดย ศาสตราจารย์นฤมล กล่าวว่า การพัฒนาทักษะฝีมือให้กับคนพิการ เป็นภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และตนมีนโยบายการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือ ให้แก่กำลังแรงงานของประเทศทุกกลุ่มเป้าหมาย ตามแนวทาง สร้าง ยก ให้ ซึ่งการพัฒนาทักษะฝีมือให้กับคนพิการจะอยู่ในส่วนของการให้ คือ การให้โอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง ให้ได้รับความช่วยเหลือและเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง ทั้งคนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานกลุ่มสตรี ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และการทำงานของกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญมาโดยตลอด จึงมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การเพิ่มทักษะ และส่งเสริมการจ้างงาน คนพิการที่อยู่ในวัยทำงานอายุระหว่าง 15-60 ปี มีจำนวน 819,550 คน ประกอบอาชีพ จำนวน 271,916 คน คนพิการในวัยทำงานที่สามารถประกอบอาชีพได้ แต่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ จำนวน 330,339 คน และมีคนพิการในวัยทำงานที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จำนวน 217,295 คน นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า การประกอบอาชีพของคนพิการจะอยู่ในอาชีพเกษตรกรรม และรับจ้างคิดเป็นร้อยละ 78 ซึ่งคนพิการส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามชนบท (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2560)

  โรงพยาบาลตำรวจ ช่วยผู้ป่วยพิการ
   ชีวิตของ น.ส.ปาริชาติ ไพรวัลย์ อายุ 36 ปี เป็นผู้ป่วยพิการตั้งแต่อายุ 7 เดือนเนื่องจากตกจากเปลเส้นเลือดในสมองแตก เกิดภาวะสมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงส่งผลให้พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดและสื่อสารไม่ได้ ต้องทานอาหารประเภทปั่นอย่างเดียว เพราะไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ เสี่ยงต่อการสำลัก ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจาก น.ส.ศิริเกศ พิทักษ์พงศ์ ผู้เป็นแม่ ปัจจุบันผู้ป่วยไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน มีแต่บัตรผู้พิการที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แม้จะมีสิทธิ์ในการรักษาฟรี น.ส.ศิริเกศ แม่ของ น.ส.ปาริชาติ เล่าว่า หลังจากลูกสาวพิการและสามีเสียชีวิต ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ต้องดูแลลูกสาวคนเดียวตอนกลางวัน รายได้จากการทำงานร้านอาหารตอนกลางคืนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะแพมเพิร์สที่ลูกสาวต้องใส่ เมื่อ 2 ปีก่อนหลานสาวไปออกรายการ “ซุปเปอร์เท็น” แลกกับแพมเพิร์สจำนวนมาก แต่ใช้หมดแล้ว ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ร้านอาหารที่ทำงานอยู่ปิดกิจการ ต้องขอเสื้อผ้ามือ 2 ของเพื่อนบ้านขายตามตลาดนัดและกู้เงินจากธนาคารมาใช้จ่าย ยังไม่เพียงพอค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจากโครงการ “Inlove @Home” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลตำรวจ จนได้รับความช่วยเหลือนำตัวเข้ารักษาที่ รพ.ตร. พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ. 6) โรงพยาบาลตำรวจ ประธานคณะทำงานโครงการ “Inlove Online” และ “Inlove @Home” น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายเสริมพล นิยมพันธุ์ ผอ.ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร สาขาอ้อมน้อย นำทีมแพทย์ และพยาบาลหน่วยตรวจเยี่ยมบ้านโครงการ “Inlove @Home” ของโรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วย เป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 8

  วิศวะมหิดล ผนึกทีมชาติไทยและ 2 หนุ่มผู้พิการ ลงชิงแชมป์โลก Cybathlon 2020 ...โอลิมปิกแห่งนวัตกรรมเพื่อผู้พิการ การแพทย์และมนุษยชาติ
   มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ผนึกกำลังทีมชาติไทย MAHIDOL BCILAB ออกแบบสร้างนวัตกรรมอุปกรณ์สำหรับ 2 หนุ่มผู้พิการ ลงชิงแชมป์โลกในการแข่งขัน ไซบาธอน 2020 (Cybathlon) ในวันที่ 13 - 14 พ.ย. นี้ โดยปีนี้ประเทศไทยส่งนักแข่ง (Pilot) คือ คุณศักดิ์จุติ ปลั่งพงษ์พันธ์ (ออมสิน) หนุ่มขาพิการจากอุบัติเหตุ วัย 34 ปี อาชีพครูสอนศิลปะและขับรถ Grab ลงแข่งประเภทจักรยานที่ใช้อุปกรณ์กระตุ้นด้วยระบบไฟฟ้า(FES) และคุณเกรียงไกร เตชะดี (ปาล์ม) หนุ่มผู้พิการตั้งแต่คอลงไป นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา วัย 26 ปี ลงแข่งประเภทคลื่นสมองเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ (BCI) แค่คิด ก็ขับรถแข่งได้ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติ-องค์การยูนิเซฟ ปีพ.ศ.2560 พบว่าไทยมีคนพิการประมาณ 3.7 ล้านคน คิดเป็น 5.5% ของประชากรประเทศ โดยคนพิการวัยทำงานที่มีอายุ 15–59 ปี และคนพิการวัยสูงอายุ มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกายมากที่สุดคิดเป็น ร้อยละ 61.3 และ ร้อยละ 38.7 ตามลำดับ ดังนั้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์มีโอกาสก้าวพ้นขีดจำกัดความพิการทางสมองและร่างกาย ทั้งนี้ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งสร้างทีมมหิดล บีซีไอแล็บ (MAHIDOL BCILAB) ตัวแทนทีมชาติไทย มีศักยภาพและความพร้อมเต็มที่ทั้งด้านอุปกรณ์นวัตกรรม ผู้แข่งขันและทีมงานนักวิจัย นวัตกรและนักไซเบอร์คนรุ่นใหม่รวม 21 คน ไซบาธอน (Cybathlon) เป็นการแข่งขันนานาชาติที่จัดทุก 4 ปี เปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางเทคโนโลยีระดับโลกสำหรับผู้พิการและนวัตกร” จากทั่วโลกได้มาประลองการออกแบบนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสำหรับผู้พิการ เป็นอนาคตของอุตสาหกรรมการแพทย์และมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ BCI คลื่นสมองเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ สรีระอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆที่น่าตื่นตาตื่นใจ เริ่มจัด Cybathlon 2016 เป็นครั้งแรก และครั้งนี้ Cybathlon 2020 ที่เมือง Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้สมัครเข้าแข่งขัน 77 ทีม จาก 30 ประเทศทั่วโลก คุณค่าประโยชน์และความโดดเด่นของ Cybathlon ได้สร้างความฮือฮาให้โลกโดยกระตุ้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและวิจัยใหม่ๆเพื่อช่วยให้ผู้พิการและผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ พัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ใช้กับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้พิการจากโรคภัยและการบาดเจ็บ ขณะที่หลายประเทศกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย ทั้งนวัตกรนักวิจัยได้มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เทคโนโลยี โดยหลังการแข่งขันไซบาธอนจบ 1 ปี จะมีการเผยแพร่องค์ความรู้ส่วนหนึ่งออกสู่สาธารณะอีกด้วย ช่วยยกระดับความก้าวหน้าเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพความสามารถผู้พิการ คาดว่าในอนาคต ไซบาธอน (Cybathlon) จะได้เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกครั้งต่อไป รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และที่ปรึกษาทีมไทย กล่าวว่า Cybathlon 2020 ครั้งนี้จัดที่เมือง Zurich ซึ่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากขึ้นกว่าครั้งก่อนถึง 3 เท่า กำหนดจัดวันที่ 13 - 14 พ.ย. แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 จึงปรับรูปแบบของการแข่งขันเป็น Virtual ออนไลน์ และถ่ายทอดไปยังนานาประเทศด้วย การแข่งขัน Cybathlon 2020 แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1. ประเภทควบคุมสั่งการแข่งรถด้วยคลื่นสมองเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ (BCI : Brain-Computer Interface Race) สำหรับผู้พิการการเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่าคอลงมา 2. ประเภทจักรยานที่ใช้อุปกรณ์กระตุ้นกล้ามเนื้อขาด้วยระบบไฟฟ้า (Functional Electrical Stimulation Bike Race) สำหรับผู้พิการไขสันหลัง ตั้งแต่เอวลงมา 3. ประเภทใช้เทคโนโลยีแขนเทียมเพื่อปฏิบัติภารกิจ (Powered Arm Prosthesis Race) 4. ประเภทใช้เทคโนโลยีขาเทียม แข่งขันวิ่งวิบากและปฏิบัติภารกิจ (Powered Leg Prosthesis Race) 5. ประเภทแข่งขันเดินผ่านสิ่งกีดขวางโดยใช้อุปกรณ์เสริมแรงสำหรับผู้พิการไขสันหลัง (Powered Exoskeleton Race) และ 6. ประเภทแข่งขันควบคุมวีลแชร์ ซึ่งมีต้นกำลังขับเคลื่อนเพื่อขึ้นบันไดและตะลุยวิบาก (Powered Wheelchair Race) สองนวัตกรรมที่ทีมคนไทย MAHIDOL BCILAB ได้ออกแบบ คือ 1.นวัตกรรมอุปกรณ์ BCI หรือ Brain-Computer Interface ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความสนใจและหลายองค์กรชั้นนำกำลังเร่งพัฒนาออกมาใช้กับมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นั้น ระบบของ BCI ประกอบด้วย ชุดอุปกรณ์สัญญาณสมอง ได้แก่ หมวกที่มีอิเล็กโทรดสำหรับวัดสัญญาณสมองจากผิวบนหนังศรีษะ และวงจรขยายสัญญาณสมอง เชื่อมต่อเข้ากับซอฟแวร์วิเคราะห์รูปแบบของสัญญาณที่ทางทีมพัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการแยกแยะสัญญาณสมองออกจากสัญญาณชีวภาพชนิดอื่น จากนั้นจึงแยกแยะแต่ละคำสั่งออกมาในรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งในการแข่งขันจะใช้การยกแขนซ้าย-ขวา แทนคำสั่งในการบังคับรถเลี้ยวซ้าย ขวา และเปิดไฟหน้าตามต้องการ โดยได้มีการพัฒนาและฝึกซ้อมร่วมกันระหว่างทีมนวัตกรและนักกีฬาผู้บังคับระบบอย่างใกล้ชิดจนมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจ

  สร้างประวัติศาสตร์ นักกีฬาดาวน์ซินโดรมคนแรก เข้าเส้นชัยในการแข่งกีฬาสุดโหด
   สร้างประวัติศาสตร์ นักกีฬาดาวน์ซินโดรมคนแรก เข้าเส้นชัยในการแข่งกีฬาสุดโหด 10 พ.ย. 2563

  จุติ” เปิดบ้านเด็กฮอลแลนด์ รับเลี้ยงเด็ก ฟรี! ดูแลเด็กอายุ 2-6 ปี ตลอด 24 ชม.ที่ จ.ภูเก็ต
   นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดบ้านเด็กฮอลแลนด์ ภายใต้มูลนิธิพิทักษ์เด็กภูเก็จ อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีดร.ศุภลักษณ์ กาญจนเมธากุล ประธานมูลนิธิพิทักษ์เด็กภูเก็จ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน นายจุติ กล่าวว่า บ้านเด็กฮอลแลนด์ให้บริการรับเลี้ยงเด็ก อายุ 2-6 ปี ในรูปแบบ Day Care Night Care 24 ชั่วโมง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อช่วยเหลือพ่อ แม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องเลี้ยงบุตรโดยลำพัง และประสบปัญหาการเลี้ยงดูบุตรในช่วงเวลาทำงาน ได้มีโอกาสในการประกอบอาชีพและหารายได้ให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่ ในขณะที่บุตรหลานมีสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสม ปลอดภัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

  หนุนผู้พิการทางหูเข้าถึงสื่อ!! กทปส.ผนึกสมาคมล่ามภาษามือฯ ปั้นล่ามป้อนกิจการโทรทัศน์
   กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จับมือ “สมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย” เตรียมเปิดหลักสูตร “ทักษะสำคัญของล่ามภาษามือ” ภายใต้โครงการ “พัฒนาระดับความรู้ ความสามารถล่ามภาษามือสำหรับกิจการโทรทัศน์” หนุนเติมเต็มศักยภาพล่ามภาษามือในกิจการโทรทัศน์ ถ่ายทอดข้อความสู่เสียงให้คนพิการทางการได้ยิน เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความรู้พื้นฐานของล่าม และความสามารถในการสื่อความหมาย พร้อมตั้งเป้าปั้นล่ามภาษามือป้อนกิจการโทรทัศน์รวม 50 คน นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการ กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพของความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึง การรับรู้ และการใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสาร ยังสามารถพบเห็นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน และสื่อความหมาย ที่มีจำนวนกว่า 3.88 แสนคน หรือคิดเป็นร้อยละ 18.86 ของผู้พิการทั้งหมด (ที่มา: รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2563) นอกจากนี้ ยังพบข้อจำกัดด้านความเข้าใจของ “ล่ามภาษามือ” ในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถสื่อสารหรือถ่ายทอดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กทปส. จึงดำเนินการจัดสรรงบประมาณ 3.3 ล้านบาท อุดหนุนการพัฒนาหลักสูตร “ทักษะสำคัญของล่ามภาษามือ” ภายใต้โครงการ “พัฒนาระดับความรู้ ความสามารถล่ามภาษามือสำหรับกิจการโทรทัศน์” ของสมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย เพื่อทลายข้อจำกัด และสร้างโอกาสการเข้าถึง/รับรู้ และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ ผ่านบริการล่ามภาษามือ สื่อกลางเชื่อมโลกแห่งข่าวสาร ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป พร้อมตั้งเป้า ปี 2564 คนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายต้องถึงสื่อเพิ่มขึ้น

  นฤมล"สานฝันคนพิการจังหวัดน่าน สร้างอาชีพมีรายได้ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน
   รมช.แรงงาน เยือนจังหวัดน่าน ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมดันแรงงานกลุ่มคนพิการให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างมั่นคง สู่การขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน วันที่ 29 ตุลาคม 2563 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามความคืบหน้า และให้คำปรึกษาแนะนำการดำเนินงานการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของจังหวัดน่าน และร่วมกิจกรรมการจ่ายเงินโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยปี 2563 จังหวัดน่าน และโครงการประชาสัมพันธ์การผลิตลำไยคุณภาพของเกษตรกรชาวสวนลำไย ณ ห้องประชุมจังหวัดน่าน โดยมีนายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอประชุมจังหวัดน่าน ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งกระทรวงแรงงานและส่วนราชการต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้เกิดการจ้างงานหรือสามารถประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้อย่างยั่งยืน มีการประกอบอาชีพอิสระได้มากขึ้น ต้องอาศัยภาคีเครือข่ายในจังหวัดน่าน เช่น ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ซึ่งกระทรวงแรงงาน มีความร่วมมือกับภาคเอกชนหลายแห่ง ที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมได้ เช่น โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งเป็นการดำเนินงานรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึงขอฝากจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ และเร่งดำเนินการในส่วนนี้ด้วย การฝึกอบรมนั้นให้คัดเลือกผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นลำดับแรก เพื่อให้มีความรู้ สามารถประกอบอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น โครงการที่จังหวัดน่านได้เสนอขอรับการสนับสนุนภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการพัฒนาอัตลักษณ์น่านสู่เมืองสร้างสรรค์ โครงการยกระดับเศรษฐกิจน่านสู่นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ และโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนและสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเมืองอัจฉริยะ มาตรการการฝึกอาชีพระยะสั้นที่จังหวัดดำเนินการ เช่น สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน (สนพ.น่าน) และพัฒนาชุมชนจังหวัด เข้ามาร่วมดำเนินการฝึก ในปี 64 สนพ.น่าน มีเป้าหมายฝึกอบรมให้แรงงาน เสนอโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด ผ่านหลักสูตรฝึกอบรม อาทิ ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระยะเวลาการฝึก 5 วัน ให้ความช่วยเหลือคนพิการด้วยการสนับสนุนเงินอุดหนุนช่วยเหลือคนพิการอีกด้วย ด้านความช่วยเหลือการจ้างงาน รมช.แรงงาน ขอให้มีการจ้างงานกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ด้วย

  มาแล้ว! เบี้ยยังชีพ “คนพิการ-สูงอายุ” เดือน พ.ย. ส่วนที่เหลือ 580 ล้าน วันที่ 10 นี้ได้ครบแน่
   มาแล้ว! เงินเบี้ยยังชีพ “คนพิการ-สูงอายุ” เดือน พ.ย. ส่วนที่เหลือ 580 ล้าน ได้ครบแน่ สถ.แจ้ง อปท.ทั่วประเทศผ่านผู้ว่าฯ 76 จังหวัด จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป เผยเป็นงบฯ เบี้ยคนพิการหรือทุพพลภาพ 303,974,000 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ 276,930,000 บาท วันนี้ (30 ต.ค.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เวียนหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 2 ฉบับ เรื่องการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) รวมทั้งสิ้น 580,904,000 บาท ฉบับแรก เป็นการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป โครงการสนับสนุนการเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) วงเงินรวม 303,974,000 บาท และฉบับที่สอง จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 เพิ่มเติม (เดือน พ.ย. 2563) วงเงินรวม 276,930,000 บาท ทั้ง 2 ฉบับ กรมบัญชีกลางจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจ่ายเงินแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ อปท.จะเป็นหน่วยงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้จ่ายเบี้ยทั้ง 2 ส่วน โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยความพิการของ อปท. พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ของ อปท. พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด ก่อนหน้านั้น สถ.ได้แจ้งจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ทั้ง 2 โครงการ งวดที่ 1 จำนวน 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย. 2563) โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดี สถ. ลงนามในหนังสือด่วน 3 ฉบับ แจ้ง อปท. ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกำหนดรายละเอียดงบประมาณการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งวดที่ 1 จำนวน 2 เดือน (เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) ให้กับ 3 โครงการ วงเงินรวม 13,727,739,000 บาท ประกอบด้วย

หน้าที่ : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 251 252 253 254 255 256 257 258 259 260 261 262 263 264 265 266 267 268 269 270 271 272 273 274 275 276 277 278 279 280 281 282 283 284 285 286 287 288 289 290 291
 
  ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจังหวัดชลบุรี
Chonburi Independent Living Center
สำนักงาน : ๑๕๓/๑ หมู่ ๒ ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ๒๐๒๒๐
โทรศัพท์ : ๐๘๓-๑๑๓๓๔๑๖ , ๐๘๕-๐๙๓๔๒๑๒