กิจกรรม 'อาชาบำบัด'
 
     ช่วยรักษาเด็กออทิสติก
     
     ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่มีอาการผิดปกติทางการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างเสริมให้พวกเขามีพัฒนาการที่สมวัยสามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข 
         
     แต่ว่าการบำบัดรักษาเด็กเหล่านี้ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก และยิ่งเป็นเด็กพิเศษที่อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้น้อยแล้ว พื้นที่ในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีสิทธิได้รับโอกาสเช่นนั้นเลย 
         
     และเมื่อเด็กพิเศษเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแล การรักษา และบำบัดอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับช่วงอายุ ก็จะส่งผลให้เด็กเหล่านั้นเติบโตอย่างไม่ได้คุณภาพ
         
     และอีกวิธีหนึ่งที่สามารถนำมาช่วยบำบัดรักษาเด็กที่มีความผิดปกติทางร่างกายและอารมณ์ อย่างเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น หรือ เด็กออทิสติกได้ คือ การนำม้ามาช่วยบำบัด หรือที่เรียกว่า “อาชาบำบัด”
         
     ใครจะคาดคิดว่า สัตว์สี่เท้าอย่างม้า จะช่วยรักษาเด็กออทิสติกได้ !!
         
     เราเห็นไม่บ่อยนักที่จะนำม้ามาช่วยรักษาโรค กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดนคร ปฐม เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนเหล่านี้ เพราะถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต จึงต้องการที่จะช่วยพัฒนาการของเด็กกลุ่มนี้ให้เป็นปกติเช่นเด็กทั่วไป โครงการอาชาบำบัด จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่กรมการสัตว์ทหารบกได้ตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยทำการบำบัดรักษาโดยใช้ม้าเป็นตัวสำคัญของการบำบัด 
         
     และล่าสุด เด็กพิเศษจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย จากโรงเรียนวัดมหาธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ “อาชาบำบัด” โดยการสนับสนุนจากบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำเด็กเข้าฝึกอบรม ณ ค่ายทองฑีฆายุ ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม 
         
     นายอนันต์ เกษเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมอาชาบำบัดเป็นการต่อยอดมาจากการมอบห้องฝึกทักษะพิเศษให้กับเด็กพิเศษที่ผู้ปกครองมีรายได้น้อย จากโรงเรียนวัดมหาธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยการใช้อาชาบำบัดจะทำให้เด็กได้ออกมาเรียนรู้การขี่ม้าจริง เพื่อสร้างสมดุลให้แก่ร่างกายและจิตใจ และหวังจะช่วยผลักดันให้เด็กและผู้ปกครองมีกำลังใจที่จะพัฒนาขีดความสามารถด้านพัฒนาการต่าง ๆ ของเด็กอย่างเหมาะสมต่อไป
         
     ขณะที่ คุณครูพงศ์พล พุทธิยมงคลกุล ครูผู้ดูแลเด็กพิเศษ โรงเรียนวัดมหาธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เล่าถึงกิจกรรม  “อาชาบำบัด” ว่า “เด็กพิเศษจำเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ด้านวิชาการในห้องเรียนพิเศษ การบำบัดฝึกการเรียนรู้ปรับพฤติกรรมโดยการให้ม้าบำบัดเป็นสิ่งช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านพฤติกรรมให้เด็กได้ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายตามคำสั่งที่เหมาะสม ฝึกการสื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากยิ่งขึ้น 
         
     “หลังจากที่เด็ก ๆ ได้เข้าร่วมโครงการอาชาบำบัดมาแล้ว 8 ครั้ง เด็กทุกคนมีพัฒนาการดีขึ้นจากก่อนหน้านี้มาก รู้สึกว่าเด็กมีสมาธิมากขึ้น ฟังที่ครูพูดมากขึ้น”
         
     ด้าน นายเผ่าพันธ์ จงจิตต์ คุณพ่อของเด็กชาย เตชินทร์ จงจิตต์ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่น้องเตชินทร์จะเข้ารับการฝึก น้องไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่สามารถฟังคำสั่งที่พ่อแนะนำและสื่อสารได้ ก่อนจะมาร่วมกิจกรรมร้องมีความกังวลมาก แต่หลังจากร่วมกิจกรรมอาชาบำบัดไปสักพัก สังเกตได้ว่าน้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้น น้องมีความอดทนในการรอได้มากขึ้น
         
     ส่วนน้องเตชินทร์ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ก็บอกว่า “ตอนแรกกลัว ไม่กล้าขี่ม้า แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ผมชอบขี่ม้ามากครับ”
         
     นางยุพิน นามกรณ์ อายุ 42 ปี คุณแม่เด็กชาย กฤษณพงศ์ วงศ์เลิศ หรือ น้องพี อายุ 8 ขวบ บอกว่า อาชาบำบัดช่วยให้ร่างกายเด็กมีความสมดุลควบคู่กับการพัฒนาทางด้านสมองและอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน และก็คาดว่าน้องพีจะมีพัฒนาการทางสมองที่ดีขึ้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่งให้เขามีสมาธิมากขึ้น สามารถที่จะอยู่ในสังคมกับผู้อื่นได้.
     
     นภาพร  พานิชชาติ
     y_38@dailynews.co.th
แหล่งข่าว : เดลินิวส์ออนไลน์   วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553