ซีพีเอฟ” ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยเอื้ออาทรและแบ่งปัน สานต่อ “โครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย” ปีที่ 10
 
     ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุไปแล้วรวม 869 ราย และล่าสุด ณ ปี 2563 มีจำนวนผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการฯ อยู่ที่ 345 ราย ซึ่งทุกๆ ปีจะมีการพิจารณาผู้สูงอายุรายใหม่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีเกณฑ์พิจารณา คือ อายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่มีลูกหลานดูแล อาศัยอยู่ในรัศมีห่างจากฟาร์ม โรงงานของซีพีเอฟไม่เกิน 5 กิโลเมตร และอาศัยอยู่มาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ไม่ปรากฎว่าเป็นผู้ติดสุรา ยาเสพติด และการพนัน
     
     “ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุในสังคม ที่ต้องได้รับการใส่ใจดูแลอย่างเท่าเทียม โครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมของความกตัญญูรู้คุณ” นายวุฒิชัยกล่าว นายวุฒิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงการระบาดรอบล่าสุด ซีพีเอฟยึดแนวทางปฏิบัติของบริษัทฯ ในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงกรณีที่จิตอาสาซีพีเอฟลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนและนำเงินช่วยเหลือในการดำรงชีพไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ เข้มงวดเรื่องการเว้นระยะห่างในการสื่อสารกับผู้สูงวัย ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ใส่ถุงมือ และมีเจลล้างมือติดไปทุกครั้งที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้สูงวัย จากการที่บริษัทฯ ดำเนินโครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย โดยมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีหนังสือขอบคุณมายังโครงการฯ และขอบคุณบริษัทที่ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งชื่นชมการดำเนินโครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย ของซีพีเอฟ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล แบ่งปัน ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และร่วมสร้างสังคมแห่งการเอื้ออาทร เพื่อให้สังคมไทยเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
แหล่งข่าว : https://mgronline.com/business/detail/9640000013529   วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564