สร้างประวัติศาสตร์ นักกีฬาดาวน์ซินโดรมคนแรก เข้าเส้นชัยในการแข่งกีฬาสุดโหด
 
    
     ไตรกีฬาคนเหล็ก ถูกจัดขึ้นมานานกว่า 50 ปีแล้ว การแข่งขันนี้ไม่เหมาะสำหรับคนอ่อนแอ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งของการแข่งขันที่โหด และหินที่สุดในโลก
     
     คริส นิกิก หนุ่มวัย 21 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่อีกครั้งเมื่อเขาเป็นนักกีฬาที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม คนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเป็นคนแรกที่สามารถเข้าเส้นชัยของไตรกีฬาคนเหล็กได้สำเร็จในเวลา 16:46:04 นาที ที่ปานามา ซิตี้บีช รัฐฟอริด้า
     
     
     
     การแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็ก ไม่ได้ถูกจัดขึ้นมาสำหรับคนที่อ่อนแอ เพราะผู้เข้าแข่งขันจะต้องว่ายน้ำ เป็นระยะทาง 2.4 ไมล์ ต่อด้วยขี่จักรยานอีก 112 ไมล์ และวิ่งแบบฟูลมาราธอนอีก 26.2 ไมล์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 17 ชั่วโมงในการแข่งขัน
     
     
     
     "ผมต้องพยายามอย่างหนัก และทำให้ดีที่สุดในทุกวัน ถ้าผมเป็นคนเหล็ก และนักพูดมืออาชีพผมจะมีโอกาสได้เดินตามความฝัน" คริสกล่าว
     
     แรงบันดาลใจในการเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็กของคริสเริ่มขึ้น เมื่อเขาได้ไปร่วมการแข่งขันสเปเชียลโอลิมปิก (โอลิมปิกสำหรับผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา) ซึ่งมันทำให้เขาอยากจะพัฒนาตัวเองมากขึ้น ทำลายขีดจำกัดของตัวเองให้ได้ และเพิ่มความมั่นใจว่าตัวเองสามารถลงแข่งในสนามนี้ได้
     
     
     
     กิจวัตรประจำวันของคริสก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นที่เตรียมตัวสำหรับการแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็กซักเท่าไหร่นัก เขาฝึกซ้อมด้วยการปั่นจักรยานกว่า 70 ไมล์ หรือวิ่งระยะไกลในทุกเช้า เขาแทบจะใช้ชีวิตอยู่ในสระว่ายน้ำ กับโรงยิมเพื่อฝึกซ้อมอย่างหนัก ไปพร้อมกับ แดน แกรบ ผู้ที่ผ่านการแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็กมาแล้ว 16 ครั้ง
     
     
     
     
     และนี่เป็นครั้งแรกที่ แดน จะได้ลงสนามในฐานะผู้นำทาง พวกเขาต้องอยู่ซ้อมด้วยกันอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง และ 6 วันต่อสัปดาห์ เพื่อที่จะทำให้คริสนั้นสามารถรับมือกับข้อจำกัดทางกายภาพของตัวเองให้ได้ แน่นอนว่า แดน รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก แต่เขาก็เชื่อว่าพระเจ้าได้เลือกเขาแล้ว และเขาก็ทำมันได้สำเร็จ
     
     
     
     แม้ระหว่างการฝึกซ้อมคริสจะเจออุปสรรคหลายที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมดกัด หรือจักรยานล้ม ที่หนักสุดเลยคือเขาประสบอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยาน ส่งผลให้เขาต้องเย็บถึง 14 เข็ม และงดการฝึกซ้อมไปเป็นเดือน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาย่อท้อแต่อย่างใด เพราะหลังจากที่เขาหายดีแล้ว คริส ก็กลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง "ผมชนะความกลัวของตัวเองได้" คริสกล่าว
     
     
     
     "สำหรับคริสแล้วการแข่งขันในครั้งนี้มันเป็นมากกว่าการเข้าเส้นชัย หรือการเฉลิมฉลองชัยชนะ" นิก นิกิก พ่อของคริสกล่าว "ไตรกีฬาคนเหล็กนั้นเป็นสนามที่จะทำให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายในการใช้ชีวิตที่ถูกแบ่งแยกจากความผิดปกติ และเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ และครอบครัวที่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่คล้ายคลึงกัน โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีความฝันไหนไกลเกินเอื้อม"
     
     
     
     หลังจากประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ คริสได้ตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นดดยจะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกพิเศษในปี 2022 ที่สหรัฐอเมริกา และยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยระดมทุนให้กับโอลิมปิกสเปเชียลดาวน์ซินโดรม และ RODS (การแข่งรถสำหรับเด็กกำพร้าที่มีอาการดาวน์) ผ่านแพลตฟอร์มของเขา
     
     "ผมทำตามเป้าหมายสำเร็จแล้ว และผมอยากจะช่วยเหลือคนอื่นที่เป็นเหมือนผม" คริสกล่าว
แหล่งข่าว : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_5291660   วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563