กลุ่มผู้พิการ” ร้อง “กสม.”ถูกสายการบิน”นกแอร์” เลือกปฏิบัติ-ละเมิดสิทธิ! ไม่ให้ขึ้นเครื่อง
 
     น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวว่า เราจำเป็นต้องซื้อตั๋วของสายการบินอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเขายินดีให้บริการ แต่ที่น่าแปลกคือ ทำไมเจ้าหน้าที่ของสายการบินนกแอร์กลับไปถามเจ้าหน้าที่สายการบินที่ยินดีให้บริการเราว่าทำไมถึงอนุญาตให้เดินทางได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสายการบินที่เราเลือกใช้บริการอีกแห่งนั้น ได้ตอบกลับเจ้าหน้าที่ที่เรามีปัญหาไปว่า ทางสายการบินมีรถไฮลิฟต์กับเคบินวีลแชร์ให้บริการ
     
     น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเดินทางไปถึงจ.เชียงใหม่ล่าช้า และจำเป็นต้องพักค้างคืนที่จ.เชียงใหม่ เพราะไม่สามารถต่อเครื่องไปจ.แม่ฮ่องสอนได้ อีกทั้ง ยังต้องเปลี่ยนเที่ยวบินไปจ.แม่ฮ่องสอนและยกเลิกเป็นวิทยากรในวันนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนพร้อมคณะจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเข้าเช็คอินที่สายการบินนกแอร์ ก่อนพบว่าตั๋วขากลับเชียงใหม่-กรุงเทพฯถูกยกเลิกและทำรีฟันด์ไปแล้ว แต่ตั๋วเดินทางของนายศุภวัฒน์กับผู้ช่วยยังใช้ได้
     
     ขณะที่กำลังเจรจากับพนักงานที่เคาน์เตอร์เช็กอิน เจ้าหน้าที่ชายของสายการบินนกแอร์บอกว่า “ผมได้รับรายงานเรื่องของคุณจากกรุงเทพฯแล้ว” พร้อมกับใบหน้าที่ไม่เป็นมิตรและไม่รับฟังผู้โดยสารอธิบาย ซึ่งตนได้ยกตัวอย่างของสายการบินอื่นที่เราเดินทางจากจ.แม่ฮ่องสอนมาเชียงใหม่ แม้จะเป็นเครื่องบิน ART 72-600 มี 2 ใบพัดและมีที่นั่งผู้โดยสารเพียง 72 ที่นั่ง แต่ก็ยังยินดีต้อนรับให้บริการผู้โดยสารพิการและให้บริการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดตามหลักสากล
     
     น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ชายดังกล่าว ขอดูตั๋วของสายการบินดังกล่าว เมื่อตนถามว่าเอาไปทำไม เขาก็แสดงความไม่พอใจและบอกว่าต้องการเอาไปสอบถามกับพนักงานสายการบินนั้นเรื่องการอนุญาตให้เดินทาง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร ต่อมานายศุภวัฒน์และผู้ช่วยต้องการจะยกเลิกการเดินทางและทำรีฟันด์ แต่สายการบินนกแอร์กลับไม่ยอม แจ้งว่าถ้าไม่เดินทางก็จะไม่คืนเงิน ขณะเดียวกันก็ไม่ออกตั๋วเดินทางให้ อ้างว่าต้องรอคำตอบจากทางดอนเมืองว่าอนุญาตให้เดินทางได้หรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบก่อนว่าเครื่องบินจะเข้าจอดที่หลุมจอดหรือไม่ จะขอให้คำตอบเวลา 14.00 น. ก่อนเครื่องออกเพียง 45 นาที กระทั่งได้เดินทางกลับกับสายการบินดังกล่าว
     
     “ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก การเดินทางขากลับมีเคบินวีลแชร์ให้บริการ แถมยังมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง หลังจากเดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ก็สามารถรับรถเข็นตัวเองได้ที่หน้าประตูเครื่องบิน ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสายการบินดังกล่าวสามารถให้บริการแก่ผู้โดยสารพิการได้ตามมาตรฐานของสายการบินทั่วไป แต่เลือกที่จะไม่ยอมให้บริการเช่นนี้ตามที่เป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ บ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าว
     
     ทั้งนี้ การกระทำทั้งหมดนี้ถือว่าสายการบินนี้กระทำการละเมิดสิทธิและเลือกปฏิบัติต่อผู้โดยสารด้วยเหตุแห่งความพิการตามคำนิยามของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ซ้ำยังละเลยต่อการดำเนินตามนโยบายของ ICAO โดยการแสดงให้เห็นถึงอคติ การเหมารวม และการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งขัดกับหลักการอนุสัญญาฯ และพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550
แหล่งข่าว : tayakonr   วันที่ 12 ตุลาคม 2560